
บริหารป่าไม้แบบใหม่ ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน ไม่ยึดที่ทำกินประชาชน
จากกรณีมีภาคประชาชนแสดงความกังวลต่อนโยบาย “จัดการป่ายั่งยืนด้วยการอนุรักษ์โดยชุมชน” โดยเฉพาะข้อความ “เพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็น 30%” ที่ปรากฏในเว็บไซต์นโยบายของพรรคประชาชน
พรรคประชาชนน้อมรับข้อสังเกตและข้อกังวลต่อนโยบายดังกล่าว โดยยืนยันว่าแนวคิดของเราในการออกแบบนโยบายป่าไม้ คือการมุ่งบริหารพื้นที่ป่าแบบใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน ไม่ยึดที่ดินทำกินหรือลิดรอนสิทธิของประชาชน
โจทย์ปัญหาป่าไม้ไทย
ที่ผ่านมา “พื้นที่ป่า” ในประเทศไทยถูกบริหารจัดการโดย 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงเกิดปัญหาขาดเอกภาพ ทิศทางนโยบายไม่สอดคล้องกัน เอื้อให้เกิดการทุจริตและกระทบสิทธิของประชาชน ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการรักษาพื้นที่ป่าและการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืนได้
เพื่อแก้ปัญหานี้ พรรคประชาชนจึงออกแบบนโยบายโดยให้ความสำคัญกับ 2 เรื่อง
- (1) การคุ้มครองสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน ที่มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและมีข้อพิพาทกับรัฐ
- (2) การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพื้นที่ป่า เพื่อการรักษาพื้นที่ป่า รักษาสมดุลของระบบนิเวศ และการคุ้มครองสิทธิของชุมชนในการดูแลและใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน
บริหารจัดการแบบใหม่
ปัจจุบัน “พื้นที่ป่า” ของประเทศไทย แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ป่าสงวน กับ ป่าอนุรักษ์
“ป่าสงวน” มีประมาณ 10% ของพื้นที่ประเทศ เป็นพื้นที่ที่กฎหมายกำหนดห้ามประชาชนอย่างเข้มงวด แต่ในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ยังผ่อนปรนให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง (เช่น เก็บของป่า)
“ป่าอนุรักษ์” มีประมาณ 20% ของพื้นที่ประเทศ เปรียบเหมือน “พื้นที่ไข่แดง” รัฐจะเข้มงวดมาก มีกฎระเบียบกำหนดว่าต้องปลอดคน ตัวอย่างเช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า วนอุทยาน
เปรียบเทียบให้เห็นชัด
⚫ ปัจจุบัน: “ป่าสงวน” กับ “ป่าอนุรักษ์” บริหารแยกกัน อยู่ภายใต้กฎหมายและหน่วยงานที่แตกต่างกัน
🟠 สิ่งที่พรรคประชาชนจะทำ: รวมการบริหารจัดการ “ป่าสงวน” กับ “ป่าอนุรักษ์” เป็นมาตรฐานเดียว คือมาตรฐาน “ป่าอนุรักษ์” ตามนิยามใหม่ในแนวทางสากล ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันและภายใต้หน่วยงานเดียวกัน เพื่อให้การบริหารจัดการป่าไม้ของประเทศมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จึงเป็นที่มาของข้อความ “เพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็น 30%” ในเว็บไซต์นโยบายของพรรคประชาชน ซึ่งเกิดจากการรวมกันระหว่าง 10% (ที่เป็นป่าสงวน) กับ 20% (ที่เป็นป่าอนุรักษ์เดิม) นั่นเอง ไม่ใช่การเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์โดยการยึดที่ดินทำกินของประชาชนแต่อย่างใด
ป่าอนุรักษ์นิยามใหม่ เปลี่ยนความขัดแย้ง เป็นความร่วมมือ
นอกจากยกระดับการบริหารจัดการ “ป่าสงวน” ให้มีมาตรฐานเดียวกับป่าอนุรักษ์ พรรคประชาชนจะเปลี่ยนนิยาม “ป่าอนุรักษ์” ให้สอดคล้องกับแนวทางสากลด้วย
⚫ จากเดิม รัฐไทยมีแนวคิดในการจัดการป่าแบบ “อนุรักษ์ปลอดคน” จนกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนมายาวนาน
🟠พรรคประชาชนจะเปลี่ยนแนวคิดเป็น “การอนุรักษ์ที่ประชาชนมีส่วนร่วม” ส่งเสริมสิทธิชุมชนในการร่วมดูแลทรัพยากร พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
มาตรการอย่างเป็นรูปธรรมดังนี้
👉 (1) เร่งรัดการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 หรือ “วันแมป” (One Map) เพื่อแยกแยะพื้นที่ป่าที่คงสภาพและไม่มีข้อพิพาทให้ชัดเจน
👉 (2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการป่าด้วยการใช้เทคโนโลยี
- – ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) พัฒนาประสิทธิภาพในการพิสูจน์สิทธิที่ดินและตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าแบบทันท่วงที
- – ใช้โดรนถ่ายภาพและดาวเทียม เพื่อจัดทำแนวเขตป่าที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ผ่านระบบออนไลน์
- – นำระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) มาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
👉 (3) สร้างเศรษฐกิจสีเขียว ส่งเสริมการใช้ป่าเพื่อธรรมชาติบำบัด กีฬาวิ่งเทรล และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บริหารจัดการระบบการเก็บหาของป่าอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน
👉 (4) สนับสนุนงานวิจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมให้ประชาชนสร้างพื้นที่สีเขียวในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเองเพื่อเพิ่มพื้นที่ปอดให้กับประเทศ
สรุปเพื่อความชัดเจนและคลายความกังวล
❌ นโยบายป่าไม้พรรคประชาชน ไม่เพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์โดยการยึดที่ดินทำกินของประชาชน
❌ นโยบายป่าไม้พรรคประชาชน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า” ของ คสช. ที่ยึดที่ดินทำกินของประชาชน
นโยบายป่าไม้พรรคประชาชน:
✅ จะทำให้การบริหารจัดการพื้นที่ป่ามีความเป็นเอกภาพ อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน และมีหน่วยงานระดับกรมเพียงกรมเดียวดูแล
✅ ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ป่าอนุรักษ์” ตามนิยามใหม่ได้อย่างยั่งยืน เช่น เก็บหาของป่าตามวิถีชีวิต ทำการท่องเที่ยว เดินป่า **แต่ไม่สามารถแผ้วถาง ทำลาย ทำการป่าไม้**
✅ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการป่า เช่น การรังวัดแนวเขตที่ดิน การตรวจสอบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแบบ Real-time การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพป่า เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยเน้นใช้กำลังคนในการทำงาน ซึ่งนอกจากเกิดความล่าช้า ยังเสี่ยงต่อการทุจริต การใช้เทคโนโลยีจะช่วยทั้งด้านการคุ้มครองสิทธิที่ดินของประชาชนและการป้องกันรักษาพื้นที่ป่า
ส่วนพื้นที่ทำกินของประชาชนบางส่วน ที่ปัจจุบันประสบปัญหาไม่มีเอกสารสิทธิ รัฐประกาศเขตป่าทับที่ทำกินนั้น พรรคประชาชนจะแยกพื้นที่ส่วนนี้ออกมาต่างหาก
- – สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในเงื่อนไขที่สามารถออกโฉนดได้ เราจะเร่งทำการพิสูจน์สิทธิและออกโฉนด
- – สำหรับพื้นที่ที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ (เช่น เป็นพื้นที่ใช้งานร่วมกันของชุมชน) เราจะเร่งออกเอกสารรับรองสิทธิเป็นรายชุมชน