
จากก้าวไกลสู่พรรคประชาชน
จากวันแรกของสภาชุดนี้ 3 ก.ค. 66
ถึงวันสุดท้ายของสภา 12 ธ.ค. 68
ที่พรรคประชาชนออกจากสภาในสมัยประชุมที่ 26
893 วัน ที่เราอยู่ในสภาในสมัยเลือกตั้งนี้
เราผลักดันกฎหมายเปลี่ยนประเทศไปทั้งสิ้น 143 ฉบับ
กฎหมายทุกฉบับที่เราผลักดัน เต็มไปด้วยเรื่องราวของการต่อสู้
บางฉบับผ่านและสร้างความเปลี่ยนแปลง
บางฉบับถูกนายกรัฐมนตรีอุ้มหาย ด้วยข้ออ้างกฎหมายการเงิน
บางฉบับถูก ครม. เตะถ่วงด้วยข้ออ้างนำไปศึกษา 60 วัน
บางฉบับติดอยู่ที่ชั้นกรรมาธิการ
บางฉบับติดอยู่ที่ สว.
สิ่งสำคัญที่เราผลักดันไม่ใช่ปริมาณกฎหมาย
แต่คือการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง
ที่เขย่าวาระทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
เป้าหมายเพื่อเปลี่ยนสิ่งที่การเมืองของชนชั้นนำบอกว่า เป็นไปไม่ได้
ให้เป็นสิ่งที่สังคมไทย “ปฏิเสธไม่ได้” อีกต่อไป
หลายวาระสำเร็จแล้ว หลายวาระต้องขับเคลื่อนต่อ
หัวใจสำคัญที่จะบอกว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนไปอีกแค่ไหน
คือสนามเลือกตั้ง 69 ที่อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือทุกคน
เลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย เพื่อผลักดันทุกวาระก้าวหน้าให้เป็นจริง

กฎหมายเปลี่ยนประเทศที่เราผลักดันสำเร็จ
- – สมรสเท่าเทียม ชาติแรกในอาเซียน ชาติที่สามในเอเชีย
- – สุราก้าวหน้า ปลดล็อกทุนผูกขาด ปลดปล่อยศักยภาพผู้ผลิตสุราไทย
- – ยกเลิกคำสั่ง คสช. ขจัดมรดกรัฐประหาร ฟื้นคืนนิติรัฐนิติธรรม
- – คุ้มครองแรงงาน เพิ่มสิทธิลาคลอดในรอบ 30 ปี จาก 98 เป็น 120 วัน คุ้มครองสิทธิลูกจ้างเหมาบริการไม่ต่ำกว่าเอกชน
- – แก้กฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเพศ เขียนนิยาม ‘คุกคามทางเพศ’ ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพิ่มความคุ้มครองผู้เสียหาย เพื่อสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
- – จัดสรรที่ดิน ปลดล็อกข้อจำกัดให้ลูกบ้านหมู่บ้านจัดสรรทั่วประเทศ แก้ปัญหาหน้าบ้าน-พื้นที่ส่วนกลาง ได้คล่องตัวมากขึ้น
- – อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการประชาชน รื้อระบบใบอนุญาต เพิ่มความสะดวก-ความโปร่งใส ให้ประชาชนและผู้ประกอบการ
- – ประชามติ ประชาชนเข้าชื่อออนไลน์เสนอทำประชามติได้
- – ระบบตั๋วร่วม ตั๋วใบเดียวใช้ได้ทุกขนส่งสาธารณะ คิดค่าโดยสารร่วมรวมรถเมล์-รถไฟฟ้า

นับหนึ่งกฎหมายเรือธง พร้อมดันต่อในรัฐบาลประชาชน
กฎหมายที่ค้างในชั้น สส.
- – แข่งขันการค้า ป้องกันการผูกขาดและการควบรวมที่ไม่เป็นธรรมกับ SME และผู้บริโภค
- – คุ้มครองแรงงาน ยกระดับสิทธิแรงงานเรื่องชั่วโมงทำงาน-วันหยุด-สิทธิลาไปดูแลคนที่รัก
- – การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR) เปิดเผยข้อมูลในการครอบครอง-เคลื่อนย้าย-ปล่อยมลพิษ ให้ประชาชนเข้าถึงได้
- – นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่ามรดกยุค คสช. คืนความเป็นธรรมประชาชนผู้อาศัยบนที่ดินบรรพบุรุษตนเอง ไม่นิรโทษนายทุน-ผู้บุกรุกใหม่
- – ธรรมนูญศาลทหาร ปฏิรูปมาตรฐานการตัดสิน เพื่อให้ประชาชน-ทหารได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค
- – โรงงาน เพิ่มความเข้มข้น ความถี่ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบโรงงาน
กฎหมายที่ค้างในชั้น สว.
- – อากาศสะอาด แก้ฝุ่นพิษที่ต้นตอ คนก่อต้องรับผิดชอบ
- – ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. คืนอำนาจท้องถิ่น บริหารงานบุคคลท้องถิ่น
- – ล้มละลาย แก้วิกฤตหนี้คนไทย ลูกหนี้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้ ไม่ต้องรอให้ถูกฟ้องล้มละลายก่อน
- – ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. คืนสภาวิชาชีพให้ครู และบุคลากรทางการศึกษา
หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล เราจะนำร่างกฎหมายที่ค้างอยู่นี้มาพิจารณาภายใน 60 วันนับจากวันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 147 เพื่อเร่งเดินหน้าออกกฎหมาย

กฎหมายเรือธงที่ไม่ผ่านและน่าเสียดาย
- – นิรโทษกรรมประชาชนในคดีการเมืองโดยไม่เลือกปฏิบัติ
- – ยกเลิกเกณฑ์ทหาร พยายามเสนอ 2 ครั้ง ร่างการเงินถูกขวางโดยรัฐบาลเพื่อไทย ร่างไม่ใช่การเงินถูกดองในวาระประชุมสภา
- – ขนส่งทางบก ให้อำนาจท้องถิ่น จัดการรถเมล์ในพื้นที่
- – ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกมาตรา 272 (ยกเลิก สว.)
- – ชุดกฎหมายลดความเหลื่อมล้ำ (ภาษีความมั่งคั่ง, ภาษีที่ดินรวมแปลง, ภาษีที่ดินแยกแปลง, บำนาญถ้วนหน้า)
- – ชุดกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เช่น เปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดอย่างเป็นธรรม
- – ชุดกฎหมายปฏิรูปกองทัพ เช่น ยุบ กอ.รมน., ยกเลิกเงินนอกงบประมาณกองทัพ, ทหารทุจริตขึ้นศาลอาญา
ถึงแม้กฎหมายเหล่านี้จะยังผลักดันไม่ผ่าน แต่ในรัฐบาลหน้า เลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย เราจะทำเต็มที่เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้ผ่านได้อย่างแน่นอน

กฎหมายทุกฉบับที่เราผลักดัน
เต็มไปด้วยเรื่องราวของการต่อสู้
บางฉบับผ่านและสร้างความเปลี่ยนแปลง
บางฉบับถูกนายกรัฐมนตรีอุ้มหาย ด้วยข้ออ้างกฎหมายการเงิน
บางฉบับถูก ครม. เตะถ่วงด้วยข้ออ้างนำไปศึกษา 60 วัน
บางฉบับติดอยู่ที่ชั้นกรรมาธิการ
บางฉบับติดอยู่ที่ สว.
สิ่งสำคัญที่เราผลักดันไม่ใช่ปริมาณกฎหมาย
แต่คือการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง
ที่เขย่าวาระทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
เป้าหมายเพื่อเปลี่ยนสิ่งที่การเมืองของชนชั้นนำบอกว่า เป็นไปไม่ได้
ให้เป็นสิ่งที่สังคมไทย “ปฏิเสธไม่ได้” อีกต่อไป