
ตั้งคำถามโควตาสลากทหารผ่านศึก ที่เคยบอกจะแก้ปัญหา ทำไมตอนนี้เงียบ เงินจะถึงมือทหารผ่านศึก หรือเข้ากระเป๋าใคร?
หนึ่งในหน้าที่สำคัญขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) คือการกระจายโควตาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ อผศ. ได้มา ให้เกิดการทำกำไรเพื่อให้ดอกผลทั้งหลายตกถึงมือทหารผ่านศึกทุกคนอย่างเป็นธรรม
ทุกวันนี้ทหารผ่านศึกจำนวนมากใช้ชีวิตและพึ่งพาดอกผลจาก อผศ. ในการเลี้ยงชีพ สถานการณ์สงครามไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา กำลังเป็นการเพิ่มจำนวนทหารผ่านศึกที่ อผศ. จะต้องรับดูแลต่อหลังจากพวกเขาทำหน้าที่รับใช้ชาติอย่างเต็มความสามารถ
แต่แทนที่โควตาสลากจะถูกจัดสรรอย่างเป็นธรรมเพื่อผลประโยชน์ของคนแนวหน้า กลับมีข้อครหาการทุจริตแบ่งกินผลประโยชน์อย่างอิ่มหนำอยู่แนวหลัง ระหว่างผู้บริหาร อผศ. บางคนกับเอกชนบางเจ้า
ธนเดช เพ็งสุข อดีตทหารและอดีต สส.กรุงเทพฯ เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม พรรคประชาชน ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขตเดิม เบอร์ 7 ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้โดยตั้งข้อสงสัยว่าโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของ อผศ. ได้ถูกจำหน่ายให้เอกชนบางรายในราคาทุน โดยอ้างว่าเป็นรูปแบบ “ผู้ค้าร่วม” ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการให้เอกชนไปฟรีๆ
- อผศ. มีโควตาสลากกินแบ่งฯ ทั้งสิ้น 10,988 เล่มต่องวดหรือรวมแล้วเฉลี่ย 52 ล้านใบต่อปี
- อผศ. แบ่งสลากกินแบ่งฯ เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกแบ่งให้สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย 4,235 เล่มต่องวด ส่วนที่สองแบ่งให้ อผศ. จัดจำหน่ายโดยสำนักงานสลากกินแบ่งและบุหรี่ 6,735 เล่มต่องวด
- ต้นทุนสลากกินแบ่งฯ อยู่ที่ 68.80 บาท ทั้งสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทยและ อผศ.จำหน่ายให้ภาคเอกชนในราคา 70.40 บาท เท่ากับจะได้เงินอยู่ที่ 1.60 บาทต่อใบ โดยตามสัญญาไม่มีการบังคับให้ผู้ค้าต้องบริจาคกลับมา
- เมื่อเป็นเช่นนี้ หากเราตีราคาลอตเตอรี่ที่ 80 บาทและหากเอกชนที่ได้รับสลากไม่มีการบริจาคเงินกลับมา มูลค่าความเสียหายต่อหนึ่งใบจะอยู่ที่ 9.60 บาท
นั่นเท่ากับทหารผ่านศึกจะถูกสูบเลือดสูบเนื้อจากภาคเอกชนเหล่านี้ไปทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาทต่องวด หรือคิดเป็นกว่า 253 ล้านบาทต่อปี เป็นเงินมหาศาลที่ไม่เคยถึงมือพี่น้องทหารผ่านศึก
ที่น่าสนใจคือล่าสุดผู้บริหาร อผศ. ในชุดที่ลงนามสัญญาจำหน่ายโควตาสลากดังกล่าว ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 ของพรรคการเมืองหนึ่งพอดี
สัญญาจาก อผศ. ว่าด้วยสัญญาของ อผศ.
นอกจากการออกมาเปิดโปงเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ธนเดชยังได้เข้าหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการ อผศ. คนปัจจุบัน ซึ่งได้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าที่ผ่านมามีการขายสลากในราคาทุนให้เอกชนจริง และได้มีการสัญญาว่าในยุคของผู้บริหาร อผศ. ชุดปัจจุบัน จะมีการแก้ไขสัญญาและดำเนินการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้
ผ่านมาจนเข้าปี 2569 ขณะที่สถานการณ์สงครามไทย-กัมพูชา กำลังจะเพิ่มยอดจำนวนทหารผ่านศึกของเราที่ต้องได้รับการดูแลโดย อผศ. สถานการณ์ล่าสุดของการจำหน่ายโควตาสลากฯ ของ อผศ. ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงใดๆ
จึงทำให้ต้องทวงถามกันอีกครั้ง ที่ท่านเคยสัญญาว่า “สัญญารอบใหม่จะแก้ไขปัญหาเดิม และยึดผลประโยชน์ของทหารผ่านศึกเป็นที่ตั้ง” จะเกิดขึ้นกี่โมง?
สิ่งที่กลาโหมและผู้บริหาร อผศ. จะต้องมีการชี้แจงให้ชัดเจนคือ
- โควตาสลากปี 2569 จะมีการจัดสรรผลประโยชน์ในรูปแบบใด
- จะมีเอกชนรายใดบ้างที่ได้รับโควตาสลากในรอบใหม่นี้ และ
- เงินปันผลจากโควตาสลากจะถูกจัดสรรอย่างไร ใครได้เท่าไร และตรวจสอบได้หรือไม่
แนวหน้าเจ็บตาย แนวหลังใครหาประโยชน์?
สิ่งที่พรรคประชาชนถูกถามบ่อยเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือรู้หรือยังว่า “ทหารมีไว้ทำไม?”
แน่นอนว่าเรารู้มานานแล้วและรู้มาตลอดว่าทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ เหมือนที่ทหารผู้น้อยแนวหน้าที่กำลังบาดเจ็บล้มตาย กระทำอยู่
และเรารู้เช่นกัน ว่าทหารไม่ได้มีไว้บริหารสนามกอล์ฟ ทำรีสอร์ท นั่งกินเบี้ยประชุม นั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ หาผลประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ ทำรัฐประหาร ใช้วิธีการนอกระบบเข้าสู่อำนาจการเมือง หักหัวคิวเบี้ยเลี้ยงพลทหาร ใช้พลทหารมารับใช้ในบ้านนายพลนายพัน
และแน่นอน รวมถึงไม่ได้มีไว้มาบริหาร อผศ. ให้เงินเข้ากระเป๋าใครก็ไม่รู้ แต่ไม่ตกถึงมือทหารตัวจริงที่เจ็บที่ตายอยู่แนวหน้ามาตั้งแต่ยุคก่อนหน้าจนถึงปัจจุบัน
พรรคประชาชนยืนยันอยู่เคียงข้างและปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องทหาร ตลอดกว่า 7 ปีตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล มาถึงพรรคประชาชน เราเรียกร้องคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรี มีสวัสดิการมั่นคงให้ทหารชั้นผู้น้อย เราผลักดันการทำให้กองทัพเข้มแข็งทันสมัย ใช้งบประมาณโปร่งใส มีเทคโนโลยีป้องกันประเทศเป็นของตัวเอง
พรรคประชาชนจึงขอเชิญชวนทุกคนที่ตั้งคำถามกับเรา ช่วยกันนำคำถามเดียวกันนี้ทวงถามและติดตามการถูกเอารัดเอาเปรียบของทหารตัวเล็กตัวน้อยที่เป็นแนวหน้าตัวจริง ซึ่งเป็นปัญหามายาวนาน เมื่อทั้งสังคมช่วยกัน ความเปลี่ยนแปลงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องทหารย่อมเกิดขึ้น
แต่อย่าใช้เรื่องนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาเลื่อนลอยเพื่อโจมตีกันทางการเมือง แล้วปล่อยให้คนบางกลุ่มสวาปามกอบโกยผลประโยชน์บนความเสียสละของพี่น้องทหาร ในขณะที่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบต่อไป