
เว็บไซต์นโยบาย รัฐบาลประชาชน จัดการทุกปัญหา พาประเทศไทยไปไกลกว่าเดิม เปิดตัวอย่างเป็นทางการวันนี้ โดยมี 4 ชุดนโยบายหลัก คือ 1. โมเดลเศรษฐกิจใหม่ 2. การปฏิรูปรัฐ 3. ความมั่นคงและประชาธิปไตย และ 4. ยกระดับคุณภาพชีวิต
พี่น้องประชาชนที่ได้เข้าชมนโยบายแล้ว อย่าลืมแปะสติกเกอร์โหวตนโยบายที่ชอบ และยังสามารถเขียน e-card สคส.ส่งนโยบายให้คนที่คุณต้องการเนื่องในวันปีใหม่ได้
สำหรับใครที่อ่านไม่ทัน เพราะมันเยอะมาก! เราขอแนะนำนโยบายที่น่าสนใจ 10 นโยบาย แต่อย่าลืมเข้าไป search ในเว็บไซต์ เพื่อเลือกนโยบายที่คุณชอบกันนะคะ

พรรคประชาชนเสนอ ยุทธศาสตร์แบบองค์รวม (Comprehensive Strategy) เพื่อบรรลุเป้าหมายปกป้องอธิปไตย ชายแดนปลอดภัย คืนความปกติสุขสู่พี่น้องประชาชน
แนวรบที่ 1 : ชายแดนและความมั่นคง (Security & Deterrence)
รักษาขีดความสามารถป้องกันประเทศเพื่อคุ้มครองพลเรือน รวมทั้งการมีกลไกต่างๆเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว เน้นใช้เทคโนโลยีเพิ่มศักยภาพกองทัพ เช่น Smart Tower ตรวจจับโดรนและการล้ำแดน ลดความเสี่ยงทหารลาดตระเวน
แนวรบที่ 2 : Hybrid Warfare และการปราบสแกมเมอร์
สร้างกลไกทำงานแบบบูรณาการด้านภัยคุกคามลูกผสม (ความมั่นคง–ตำรวจ–การเงิน–ไซเบอร์–การต่างประเทศ)
ติดตามและตัดเส้นทางเงินที่มาจากการหลอกลวงประชาชน ด้วยการใช้ฐานข้อมูล data bureau สร้างลายแทง สืบต้นตอ จัดการถอนรากถอนโคน
อายัดและยึดเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมโดยไม่เกรงใจใคร ปิดช่องทางฟอกเงิน
ดำเนินคดีกับตัวการใหญ่ และช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์อย่างเป็นระบบ
แนวรบที่ 3 : กลยุทธ์ “โลกล้อมกัมพูชา”
สร้างแนวร่วมระดับภูมิภาคเพื่อแก้ไขปัญหาขบวนการสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์
เจรจากับประเทศที่อาจขายอาวุธให้กัมพูชา เพื่อชะลอหรือจำกัดการส่งอาวุธที่ทำให้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น
รวบรวมหลักฐานอย่างเป็นระบบ และใช้กลไกระหว่างประเทศ เช่น ศาลอาญาระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือกดดันอย่างรอบคอบ

ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่เด็กที่คุณภาพชีวิตขึ้นกับฐานะครอบครัว ผู้สูงอายุที่ยังต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพจากรัฐที่ได้ต่ำกว่าค่าครองชีพ ไปจนถึงคนพิการที่ขาดทั้งรายได้และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าระบบสวัสดิการปัจจุบันยังไม่สามารถรองรับความเสี่ยงในแต่ละช่วงชีวิตได้อย่างเพียงพอ
ในสังคมที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลง การลงทุนในเด็กปฐมวัยคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว แต่ผู้สูงอายุจำนวนมากยัง “แก่ก่อนรวย” มีเงินออมจำกัดและมีรายจ่ายต่ำกว่าเส้นความยากจน หากรัฐไม่สร้างหลักประกันขั้นต่ำที่มั่นคง ความเปราะบางเหล่านี้จะสะสมและส่งต่อภาระไปยังครอบครัวและสังคมในระยะยาว
นอกจากนี้ คนพิการและครัวเรือนรายได้น้อยยังเผชิญภาระค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะค่าอยู่อาศัยที่กินสัดส่วนรายจ่ายจำนวนมาก และค่าไฟฟ้าซึ่งประชาชนต้องจ่ายแพงกว่าที่ควรจะเป็น การมีระบบสวัสดิการที่เพียงพอและเข้าถึงได้จะเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความมั่นคงในชีวิต และทำให้การพัฒนาประเทศเดินต่อได้อย่างยั่งยืน โดยพรรคประชาชนมีข้อเสนอด้านสวัสดิการที่สำคัญดังต่อไปนี้
- – เบี้ยเด็กเล็ก 0- 6 ขวบ 1,200 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 600 บาท/เดือน ถ้วนหน้า คนท้องได้ 3,000 บาท
- – บำนาญผู้สูงอายุ 1,500 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 1,000 บาท/เดือน ทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการ
- – อาสาชุมชนดูแลผู้ติดบ้านติดเตียงถึงบ้าน สร้างงาน 70,000 ตำแหน่ง รายได้มากกว่า 15,000 – 20,000 บาท/เดือน
- – ค่าโดยสารร่วม 8 – 45 บาท ทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า
- – ช่วยค่าเช่าบ้าน 1,000 บาท 6 เดือน 500,000 ครัวเรือน/ปี
- – ลดค่าไฟ 25 สตางค์/หน่วย ปีแรก แก้ไขสัญญาโรงไฟฟ้าเอกชน เปิดแข่งขันธุรกิจไฟฟ้า ลดเพิ่มได้อีก 50 สตางค์/หน่วย”

SMEs 3.2 ล้านรายในประเทศไทย มีการจ้างงาน 69% ของการจ้างงานทั้งหมดในประเทศไทย แต่ SMEs ไทยกำลังเจอปัญหาหลากหลายจาก การแข่งขันที่รุนแรงจากทุนขนาดใหญ่ในประเทศและต่างประเทศ ต้นทุนการดำเนินการเพิ่มสูงขึ้นจาก วัตถุดิบ, แรงงาน, พลังงาน และ เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ กลายเป็นปัญหาสังคม และเกิดเหลื่อมล้ำโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจระหว่าง SMEs และ บริษัทขนาดใหญ่
พรรคประชาชนจะส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้มีโอกาสแข่งขันและเติบโตได้ทุกประเภทธุรกิจ ทั้งด้านการตลาด, เงินทุน และ เพิ่มประสิทธิภาพ และ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าระบบได้โดยสะดวกและถูกต้อง ตั้งแต่
คนละครึ่ง พลัส หวยใบเสร็จSMEs เติมเงิน 1,000 บาทครั้งแรก 12 ล้านคน ซื้อ SMEs สะสมครบ 500 บาทลุ้นหวย 3 ตัว ทุกวันที่ 1 และ 16 ตลอด 4 ปี
กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งแรก เติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาท 12 ล้านคน สำหรับซื้อสินค้า/บริการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ หวยใบเสร็จ SMEs
ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs ผ่านแอป “เป๋าตัง” (หรือแอปธนาคารอื่นที่ร่วมโครงการ) ทุกๆยอดซื้อสะสม 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) เลือกเลขสามตัวและลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนในเฟสแรก โดยวงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน
ผู้ประกอบการ SMEs เองจะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ เมื่อมียอดขายสะสม 5,000 บาท (ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนรวมกับ ข้อ 1 ในเฟสแรก)
SMEs ที่ร่วมโครงการหวยใบเสร็จจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือ Simplify Tax/VAT ทั้งระบบเพื่อความสะดวก ตั้งแต่ ….
● เพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิม 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี
● เพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายเหมาในการคำนวนภาษีรายได้บุคคลธรรมดาจากเดิมอัตรา 60% (เสมือนสมมุติว่า SMEs มีอัตรากำไรอยู่ที่ 40%) เป็น อัตราสูงสุด 90 % (เสมือนสมมุติว่า SMEs มีอัตรากำไรอยู่ที่ 10%) จนถึงเพดานรายได้ 5.4 ล้านบาท/ปี
● สามารถเลือกยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราเหมาจ่ายหักบิลซื้อที่ 70% แทนได้ เสมือนยื่น VAT ในอัตรา 2.1% แทนที่ อัตรา 7% (1 – 70% x 7%) จนถึงเพดานรายได้ 5.4 ล้านบาท/ปี และยื่น VAT รายไตรมาสแทนรายเดือนได้ เพื่อให้ SMEs สามารถยื่น VAT ได้สะดวกโดยไม่ต้องรวบรวมใบกำกับภาษีหรือบิลซื้อให้ยุ่งยาก
ค้ำประกันสินเชื่อ SMEs กู้ง่าย รัฐช่วยค้ำประกัน วงเงิน 50,000 ล้านบาท
เพิ่มอัตราค้ำประกันสินเชื่อ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs (PGS) โดย บสย. จากอัตราปกติ 15% เป็น 30% สำหรับ กิจการขนาดเล็ก เพื่อให้สถาบันการเงินมั่นใจที่จะอนุมัติสินเชื่อให้ SMEs ขนาดเล็กได้
เชื่อมข้อมูลจากทุกแหล่งข้อมูล เช่น รายได้จากมาตรการหวยใบเสร็จ, บิลค่าไฟ, จำนวนลูกจ้างประกันสังคม ฯลฯ เพื่อคำนวนเป็นข้อมูล Credit Score และช่วยให้บสย.ค้ำประกันสินเชื่อได้ทุกความเสี่ยงของ SMEs และสถาบันการเงินมั่นใจที่จะอนุมัติสินเชื่อให้ SMEs ทุกขนาดกิจการ ได้มากขึ้น
คุ้มครองเครดิตการค้า SMEs ต้องไม่เกิน 45 วัน
ทยอยกำหนดให้ธุรกิจขนาดใหญ่ ใช้ระบบ e-Tax Invoice/Receipt เพื่อให้ Supplier สามารถใช้ Digital Factoring นำบิลลูกหนี้การค้า ไปค้ำประกันวงเงินได้สะดวกขึ้น และ สามารถบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดเครดิตการค้าสำหรับ SMEs ไม่เกิน 45 วันได้จริง
คูปอง SMEs คืน VAT 50,000 บาท/ราย รัฐช่วยจ่ายค่าเช่า, ค่าทำบัญชี, เพิ่มประสิทธิภาพ, บริการดิจิทัล, เพิ่มมาตรฐาน, ขยายตลาด
คืนภาษี VAT ไม่เกิน 50,000 บาท/ราย ให้ SMEs เป็น “คูปองคนละครึ่ง” เพื่อช่วย SMEs ได้เลือกช่วยสนับสนุนธุรกิจ SMEs ให้แข่งขันและเติบโตได้ใน 4 หมวด ตั้งแต่ 1.ช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าเช่าและค่าจัดทำบัญชีบริษัท 2. เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ 3.พัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน 4.ช่วยหาตลาดส่งออก
สินเชื่อ Transformation 100,000 ล้านบาท วงเงินพิเศษ ช่วยลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพ และ ขยายตลาดส่งออก
สินเชื่อTransformation วงเงินพิเศษให้ SMEs สำหรับ การเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ และ หาตลาดส่งออก วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท โดยรัฐช่วยค้ำประกันความเสี่ยงสินเชื่อเพื่อให้ได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อพิเศษและรัฐช่วยลดดอกเบี้ยให้ 3% 3 ปีแรก

ปัจจุบันแรงงานไทยมีอำนาจต่อรองต่ำ ไม่สามารถต่อรองเรื่องค่าแรง สวัสดิการ และสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรมได้ แรงงานจึงต้องเผชิญกับชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน สิทธิการลาที่จำกัด และคุณภาพชีวิตที่ถดถอย ซึ่งกระทบทั้งสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว
พรรคประชาชนจึงมีข้อเสนอเพื่อยกระดับสวัสดิภาพแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเป็นธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่เพียงแต่พอให้ประทังชีวิตอยู่ได้ไปวัน ๆ โดยมีแนวนโยบายดังต่อไปนี้
ปรับฐานคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มทันที 4% 350 – 420 บาท/วัน
ปรับสูตรมุ่งสู่ “ค่าจ้างเพื่อชีวิต” ค่าจ้างเพิ่มตามค่าครองชีพ ทักษะเพิ่ม ค่าจ้างต้องเพิ่มตามด้วย
ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ทำงานวันเสาร์ได้ OT เวลาทำงาน 40 ชม./สัปดาห์
เพิ่มสิทธิลาหยุดเป็น 10 วัน/ปี เพิ่มสิทธิลาปวดประจำเดือน และวันลาเพื่อไปบอกลาคนในครอบครัว
คุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม มีประกันภัย มีกองทุนบำนาญและชดเชยว่างงานเทียบเท่าลูกจ้างในระบบ
กองทุนประกันสังคมโปร่งใส บริหารด้วยมืออาชีพ

ทุกคนมักคุ้นชินกับ megaproject ที่เน้นการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ ๆ แต่ megaproject หนึ่งที่พรรคประชาชน เราต้องการผลักดัน คือการลงทุนใน “คน”
ปัจจุบัน คนวัยทำงานเราเผชิญกับวิกฤตทักษะอย่างหนักหน่วง
- – 3 ใน 4 ขาดทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐาน
- – 2 ใน 3 มีปัญหาเรื่องการอ่านจับใจความ
การแก้ปัญหาของรัฐที่ผ่านมานั้น “น้อยไป” “กระจัดกระจายไป” และ ไม่ตรงกับความต้องการตลาด
- – ต่างหน่วยงานต่างทำโครงการหรือ platform ซ้ำซ้อนกัน และถูกวัดผลจากแค่ “จำนวนคนมาลงชื่ออบรม” มากกว่าว่า “งานที่ได้หรือรายได้ที่เพิ่มขึ้น”
รัฐบาลพรรคประชาชนเราจะริเริ่ม “เมกะโปรเจกต์” ในการยกระดับทักษะกำลังคน พัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มปริมาณและเปลี่ยนวิธีการในการลงทุนกับการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้เรียน เพื่อให้คนไทยรายได้สูงขึ้น และผู้ประกอบการไทยแข่งกับโลกได้ โดย ..
1. เราจะมี “ระบบกลาง” หรือ “แพลตฟอร์มกลาง” ของรัฐระบบเดียว
– ที่จะสร้างบัญชีในการเรียนรู้ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อใช้เข้าถึงการฝึกทักษะที่รัฐสนับสนุน
– รัฐจะไม่ลงมาทำการฝึกเอง แต่จะเป็นตัวกลางที่ช่วย “เชื่อมต่อ” ประชาชนผู้เรียน และ คอร์สฝึกทักษะที่ได้คุณภาพ
2. ในมุมผู้เรียน รัฐจะอีดฉีด “คูปอง” ให้กับประชาชน
- – เพื่อไปใช้ shopping หรือ เลือกเรียน คอร์สที่อยู่ในระบบ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอาจมีการแถมค่าเสียเวลาให้เป็นเงินสด หลังเรียนจบ
- – คูปองอาจจะมีทั้ง
- – คูปองรายบุคคล ที่ใช้ได้กับการยกระดับทักษะพื้นฐาน (เช่น ภาษา / AI)
- – และคูปองสำหรับผู้ประกอบการในแต่ละอุตสาหกรรม ที่ใช้ในการส่งพนักงานไปฝึกทักษะเฉพาะทาง
3. ในมุมผู้สอน รัฐจะคัดเข้าคอร์สที่มีคุณภาพ จากทั้งภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ในการใช้คูปอง
- – ทุกคอร์สจะต้องถูกประเมินผลว่าเพิ่มทักษะและรายได้ผู้เรียนจริงไหม
- – คอร์สไหน มีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ หรือมีการรับประกันการจ้างงาน ก็จะมีแต้มต่อ
4. พอเป็นแบบนี้ ระบบหรือแพลตฟอร์มกลางของรัฐ จึงจะทำหน้าที่ เป็นเสมือน 3 แอปในที่เดียว
- – เป็นแอปซื้อขายสินค้าออนไลน์ หรือ catalogue ที่รวบรวมคอร์สที่นำคูปองไปใช้ได้
- – เป็นแอปตัวช่วยออกกำลังกาย ที่ตรวจความต้องการเราและแนะนำคอร์สที่เหมาะสม
- – เป็นแอปจับคู่ ที่คอยจับคู่เราที่อบรมเสร็จแล้วอยากหางาน กับผู้ว่าจ้างที่กำลังหาคน
เลือกพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล เดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์พัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อให้คนไทยรายได้สูงขึ้น และผู้ประกอบการไทยแข่งกับโลกได้

หนี้สินการเกษตรเป็นหนึ่งในปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรไทย การมีหนี้สินที่เกินกว่าความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากจะเป็นผลทางลบต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตแล้ว ยังมีผลให้เกิดการชะลอตัวในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ เพราะเกษตรกรที่มีหนี้สินย่อมมีขีดจำกัดในการหาแหล่งเงินทุน แถมยังมีลักษณะการตัดสินใจที่กลัวความเสี่ยง (และมักยึดติดกับรูปแบบการผลิตแบบเดิม) และมีต้นทุนทางการเงินสูงกว่าเกษตรกรที่ไม่มีหนี้ด้วย ดังนั้น ภาระหนี้สินจึงเป็นตัวจำกัดขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยอีกด้วย
รัฐบาลประชาชนจะแก้หนี้เกษตร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง
- 1.เกษตร อายุ 70 ปี ที่ชำระดี ใครชำหนี้มาเกินเงินต้นแล้ว ยกหนี้ให้ เพราะที่ผ่านมา นโยบาย คือ จ่ายแต่ดอก ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ส่วนใครจ่ายยังไม่เกินต้น ลดหนี้ให้ 50%
- 2.เกษตรกร ที่มีปัญหาหนี้ จะปรับโครงสร้างหนี้ พร้อม ปรับโครงสร้างการทำเกษตร เกษตรกรมีทางเลือก
- ก.เปลี่ยนปลูกพืชที่เหมาะกับดิน ลดหนี้ให้ 20% ไม่เกิน 100,000 บาท และ รัฐช่วย 2,000 บาท/ไร่ให้ด้วย
- ข.ลงทุนระบบน้ำ ลดหนี้ 20% ไม่เกิน 50,000 บาท/ราย และ รัฐช่วยขุดบ่อน้ำให้ 25,000 บาท ต่อปริมาณน้ำ 1,000 ลบ.ม. หรือประมาณ 50,000 บาท/ราย
- ค.ปลูกต้นไม้แทนที่พืชไร่ที่ปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม ลดหนี้ 30,000 บาท/ไร่ และ รัฐช่วยค่าดูแลต้นไม้ 1,000 – 3,000 บาท/ไร่
- 3.เกษตรกร ชำระหนี้ดี มีรางวัล คืนดอกเบี้ย 10%, ดอกเบี้ยถูกลง สูงสุด 2% ถ้ากู้ลงทุนเพิ่ม, เลิกจ่ายแต่ดอก ชำระหนี้คืนไปจ่ายคืนเงินต้นก่อนหักดอกเบี้ย หนี้มีวันหมดแน่นอน แถมได้คูปองแปรรูปสินค้าเกษตรเพิ่ม มูลค่าสูงสุด 50,000 บาท/ราย

รัฐบาลประชาชนขอเสนอ 12 คูปอง เกษตรทันโลก ทำดีได้มาก เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรครบวงจร ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน แก้ปัญหาที่ฐานราก และ เพิ่มมูลค่า เพิ่มมาตรฐานและแปรรูป
หัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนของภาครัฐ จากการอุดหนุนแบบหว่านแห เป็น “การสนับสนุนแบบมีเป้าหมาย” (Targeted Subsidy) โดยรัฐบาลจะทำหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรเพื่อให้เป็น “ทางเลือก” สำหรับเกษตรกรในการปรับปรุงบำรุงดิน และให้ เกษตรกร มีทางเลือกในการเลือกใช้บริการ จากผู้ประกอบการเอกชน หรือ หน่วยงานรัฐ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรได้เอง เพื่อให้มั่นใจว่า เกษตรกร จะได้รับบริการและการสนับสนุนที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกรเอง โดยสามารถแบ่ง 12 คูปอง เกษตรทันโลก ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆได้ดังนี้
1) คูปองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- – คูปองไม่เผา 250 บาท/ไร่
- – คูปองท่อนพันธุ์มันทนโรค 800 บาท/ไร่
- – คูปองวิเคราะห์ดิน + ปุ๋ยแม่นยํา 500 บาท/ไร่
- – คูปองปลูกพืชบํารุงดิน 1,000 บาท/ไร่
2) คูปองแก้ปัญหาฐานราก
- – คูปองขุดบ่อน้ำ 50,000 บาท + ลดหนี้
- – คูปองฟาร์มปลอดโรค 5,000 บาท/ราย
- – คูปองเปลี่ยนพืชที่ไม่เหมาะสม 2,000 บาท/ไร่
- – คูปองปลูกไม้ยืนต้น 5,000 บาn/ไร่ + ลดหนี้
3) คูปองเพิ่มมาตรฐาน/แปรรูป/ทักษะ
- – คูปอง GAP/เกษตรอินทรีย์ 5,000 บาท/ราย
- – คูปองข้าวลดโลกร้อน 500 บาท/ไร่
- – คูปองแปรรูปผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 50,000 บาท/ราย
- – คูปองฝึกทักษะ 5,000 บาท/คน/ปี

จากปัญหาด้านเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารตามประมวลกฎหมายที่ดิน เอกสารตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เอกสารตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ รวมทั้งที่ดินที่ไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานใดๆ และอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถออกโฉนดได้
รัฐบาลประชาชนจึงมีนโยบายเพื่อประชาชนที่ถือครองที่ดินที่มีเอกสารสิทธิหลายประเภท หรือยังไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ได้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และมีเป้าหมายในการพิสูจน์สิทธิที่ดิน มีโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่
ทั้งนี้ จะต้องเร่งรัดออกโฉนดจากเอกสารสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน และที่ดินตามโครงการบอกดิน รวมถึงที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ไม่ได้ทับซ้อนกับที่ดินของรัฐใดๆ ซึ่งในแต่ละปีดำเนินการออกโฉนดน้อยมาก ด้วยการปฏิรูประบบการเดินสำรวจออกโฉนด โดยกำหนดให้เป็นอำนาจของสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขา พร้อมจัดสรรงบประมาณ ด้วยวงเงิน 10,000 ล้านบาท แล้วเปลี่ยนศูนย์เดินสำรวจให้เป็นหน่วยงานกลาง ที่ไปสนับสนุนพื้นที่ที่มีปริมาณมากเกินกำลัง
รวมถึง เร่งรัดออกโฉนดที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเองและนิคมสหกรณ์ที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินการของนิคมมีปัญหาและล่าช้ามาก และเร่งรัดจัดที่ดินนิคมสหกรณ์ กลุ่ม 13 นิคม 14 ป่า เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ให้มีสิทธิอยู่อาศัยทำกินได้ตลอดไป แต่ไม่ให้เอกสารสิทธิในที่ดิน โดยออก พ.ร.ฎ.จัดตั้งเขตนิคมสหกรณ์ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ทั้งหมด และดำเนินการจัดที่ดินตามเงื่อนไขของกฎหมายตามสภาพปัจจุบัน เพื่อออกเอกสาร นค. 1 นค. 3 และเมื่อดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินตามลำดับขั้นตอน
ในส่วนของที่ดิน สปก.จะต้องปรับเปลี่ยนให้เป็นโฉนดตามประมวลกฎหมายที่ดินทั้งหมด โดยจะต้องมีการแก้ไขข้อความและเพิ่มเติมข้อบัญญัติ ในประมวลกฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
นอกจากนี้ รัฐบาลประชาชนจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้กับงานธุรการ ทะเบียน นิติกรรม และงานบริการประชาชนด้านที่ดิน เช่น งานทะเบียนออนไลน์ / สาระบบที่ดินดิจิตอล E- land deed document / การพิสูจน์สิทธิ์ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI / Base map / One map / Application และพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ดินและศูนย์ข้อมูลที่ดิน Online ทั่วประเทศ ให้เป็น Open data อีกด้วย
และยกระดับพื้นที่ป่าสงวนฯ และป่าไม้ถาวรที่ยังคงสภาพป่าจริงและไม่มีข้อพิพาทกับประชาชน ให้กลายเป็นป่าอนุรักษ์ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน และมีหน่วยงานระดับกรมเพียงกรมเดียวดูแล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เช่น ลดพื้นที่ที่เกิดไฟป่า และลดเปลี่ยนจากการอนุรักษ์แบบสกัดกั้น เป็นการบริหารจัดการป่าเพื่อการอนุรักษ์ควบคู่กับการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสุขภาพ เพื่อให้คนในท้องถิ่นมีรายได้จากการดูแลทรัพยากร เพื่อความยั่งยืนของป่า

ความสมัครใจ และความมุ่งมั่นตั้งใจของพลทหาร เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพของกองทัพ และความมั่นคงของประเทศ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร พบว่าพลทหารที่สมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการด้วยความตั้งใจนั้น โดยสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับพลทหารที่ถูกบังคับเกณฑ์ผ่านการจับสลากแดง แล้วมีระเบียบวินัยที่สูงกว่า พบปัญหาการใช้ยาเสพติดต่ำกว่า และมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่สูงกว่า จึงยืนยันได้ว่า “พลสมัครใจ ซึ่งเป็นทหารอาชีพ” เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงของกองทัพ
นอกจากประสิทธิภาพในงานความมั่นคงของประเทศแล้ว การบังคับเกณฑ์ทหารโดยไม่สมัครใจ ยังเป็นบ่อเกิดของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้หลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร การเรียกรับให้พลทหารยอมโอนค่าตอบแทนให้กับผู้บังคับบัญชาเพื่อแลกรับกับการปล่อยตัวกลับบ้าน หรือการส่งตัวพลทหารไปเป็นพลทหารรับใช้ หรือไปใช้แรงงานให้กับกิจการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่กระทบต่อภาพลักษณ์ และเกียรติภูมิของกองทัพทั้งสิ้น
ดังนั้น การใช้กลไกของระเบียบที่มีอยู่ผลักดันให้ “พลทหาร” เป็นทหารอาชีพ ที่ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีการจัดสรรหน้าที่และความรับผิดชอบที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และการดำเนินชีวิตและการดูแลครอบครัว มีความใส่ใจในการคุ้มครองสวัสดิภาพขอพลทหารที่ให้มีความปลอดภัยจากการลงโทษลงทัณฑ์อย่างผิดกฎหมาย และมีความก้าวหน้าในอาชีพทหาร ก็จะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้กองทัพไทย เต็มไปด้วยพลทหารสมัครใจ ซึ่งจะทำให้กองทัพมีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคาม เพื่อทำให้อธิปไตยของชาติ และความผาสุกของประชาชน ดำรงสืบไป
เบื้องต้นพรรคประชาชนจะใช้ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) พ.ศ.2565 ในการรับสมัคร “ทหารอาสา” มาแทนที่การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ หรือการบังคับเกณฑ์ทหาร พร้อมกับปรับปรุงระเบียบเพื่อให้พลทหารที่ผ่านการฝึก และปรับตัวกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้แล้ว สามารถปฏิบัติงานแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” หรือมีวันหยุดที่มีความถี่มากขึ้นได้ เพื่อให้พลทหารมีรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ไม่แตกต่างจากอาชีพลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างเหมาบริการ ของหน่วยงานราชการอื่น ซึ่งจะทำให้พลทหารมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้า พร้อมกับสามารถสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิต และการดูแลครอบครัวได้
นอกจากนี้ จะมีการออกระเบียบ และบังคับใช้กฎหมายในการคุ้มครองสวัสดิภาพของพลทหารอย่างจริงจัง เพื่อให้มั่นใจว่าพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่จะมีความปลอดภัยจากการลงโทษลงทัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย และจะต้องมีหลักประกันว่าจะไม่มีการนำเอาพลทหารไปใช้งานในภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจทางการทหาร และปลายทางปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 ให้ในยามปกติ การคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้เป็นการเปิดรับสมัครโดยสมัครใจเท่านั้น

เชื่อมโยงทุกข้อมูล กวาดล้างบัญชีม้า ทุนเทา นอมินี ธุรกิจฟอกเงิน สินค้าเถื่อน
วันนี้ไทยกำลังเป็นทั้ง “เหยื่อ-ทางผ่าน-ที่ฟอกเงิน” พร้อมกัน เครือข่ายสแกมเมอร์/ทุนเทาใช้บัญชีม้า บริษัทบังหน้า และเส้นทางเงินซับซ้อน เพราะข้อมูลรัฐกระจัดกระจาย ตรวจยาก และมีช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจจนกลายเป็นช่องส่วย สิ่งที่เราจะทำคือ “เชื่อมข้อมูลให้เห็นทั้งขบวนการ” แล้วตัดวงจรเงินผิดกฎหมายให้ได้จริง
- – เชื่อมข้อมูลเส้นทางเงินและตัวตน เชื่อม Bank–Telco–คริปโต–ทะเบียนนิติบุคคล–ผู้ถือหุ้น/ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) เพื่อไล่เส้นเงินถึงตัวการ ไม่จบที่ “บัญชีม้า”
- – ตีตรวนบัญชีม้าแบบเกือบเรียลไทม์ อายัด–แจ้งเตือน–ติดตาม pattern เงินไหลผิดปกติ ลดโอกาสดูดเงินแล้วโอนหนีข้ามแดน
- – จัดตั้ง War Room บูรณาการ ตำรวจไซเบอร์/DSI/ปปง./ธปท./ก.ล.ต./กสทช./อัยการ ทำงานร่วมกัน ไม่โยนงานไปมา
- – ยึดทรัพย์–ตัดท่อน้ำเลี้ยง เดินหน้า “ยึดทรัพย์ก่อน–สอบสวนทีหลัง” ในคดีหลักฐานชัด และตั้งกองทุนชดเชยเหยื่อจากทรัพย์ที่ยึดได้
- – เปิดข้อมูลรัฐให้ตรวจสอบได้ เพราะคอร์รัปชันจะลดได้จริงเมื่อประชาชน “เห็น” และช่วยตรวจได้ (เพิ่ม A ในสมการ)
คอร์รัปชันไม่ใช่แค่คนไม่ดี แต่คือ “ระบบที่เปิดช่องให้โกงได้” เราจะเปลี่ยนจาก “ระบบคนดีที่ไม่โกง” เป็น “ระบบที่คนดีย์โกงไม่ได้”
ยื่นขอใบอนุญาตออนไลน์ ตรวจอัตโนมัติ ได้ใบอนุญาตทันที
ใบอนุญาตที่ช้าและซับซ้อนคือแหล่งกำเนิด “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” เพราะประชาชนต้องเจอเจ้าหน้าที่หลายด่าน เกณฑ์ไม่ชัด และตรวจสอบยาก นี่คือ D (ดุลพินิจ) ที่ทำให้คอร์รัปชันเติบโต เราจะทำ “รัฐบริการ” ที่เร็ว โปร่งใส และเท่าเทียม
- – Single e-Service Platform ยื่นเรื่องที่เดียว (ต่อยอดจาก “ทางรัฐ” และ “Biz-portal”) ลดการเดินเอกสาร ลดการเจอคน
- – ระบบตรวจอัตโนมัติ (Automation) ตรวจครบ/ไม่ครบตาม Checklist ทันที พร้อมแจ้ง “ขาดอะไร” ในครั้งเดียว
- – ใบอนุญาตความเสี่ยงต่ำ เช่น ร้านอาหาร = Auto Approve เอกสารถูกต้อง ออกได้ทันที หรือเกิน SLA ระบบอนุมัติอัตโนมัติ
- – คิว–สถานะ–ผู้รับผิดชอบชัดเจน ทุกขั้นตอนมีร่องรอยตรวจสอบย้อนหลัง (Audit Log) ลดการลัดคิวด้วยเงิน
- – กรณีงานเทคนิค เช่น ยื่นแบบก่อสร้างไฟล์ดิจิทัล (BIM) แจ้งผลตรวจเบื้องต้นได้ทันที (Pre-approved)
AI จับโกง Red Flag โครงการส่อพิรุธทุจริต
งบประมาณระดับล้านล้านแปลงเป็น “โครงการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมหาศาล” ถ้าเราตรวจด้วยคนอย่างเดียว ไม่มีทางไล่ทัน ผลคือความเสียหายเกิดซ้ำๆไม่รู้จบ
- – เปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง/งบประมาณเป็นดิจิทัลและใช้ต่อได้ (machine-readable) แล้วให้ AI คัดกรองความเสี่ยง
- – Red Flag ตั้งแต่ก่อนอนุมัติจนถึงบริหารสัญญา เช่น ล็อกสเปก, ราคากลางพิรุธ, คู่เทียบเกี่ยวข้องกัน, ผู้ยื่นน้อยผิดปกติ, ราคายื่นใกล้กันแปลก, แก้สัญญาบ่อย, ส่งมอบล่าช้า
- – แจ้งเตือนให้ตรวจทันที ทั้งหน่วยงานตรวจสอบและประชาชน/สื่อ/ภาคประชาสังคมร่วมตรวจได้
- – ยกระดับมาตรฐานข้อมูลสากล เช่นแนวทางแบบ OCDS/CoST ทำให้ตรวจข้ามหน่วยงานได้
- – ต่อยอดเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว เช่น ACT AI ถ้ารัฐเปิดข้อมูล “ทันทีและครบถ้วน” จะจับพิรุธได้จริง ไม่ใช่จับหลังเงินหาย
ผ่านกฎหมายคนโกงวงแตก ใครแฉก่อนได้ลดโทษ (Leniency Program)
คอร์รัปชันส่วนใหญ่ไม่ใช่คนเดียวทำ แต่เป็น “ขบวนการ” ฮั้ว แบ่งเค้ก จ่ายสินบน มีคนรู้เห็นหลายฝ่าย ถ้าเรามีแต่ลงโทษปลายทาง คนในวงก็ยังเงียบ เพราะกลัวโดนหนักเท่ากัน “คนโกงวงแตก” คือการทำให้คนโกง ไม่ไว้ใจกันเอง ใครรีบให้ข้อมูลก่อนรอดก่อน วงแตกตั้งแต่ยังไม่เริ่มโกง
- – ให้แรงจูงใจทางกฎหมาย ผู้ร่วมขบวนการที่ออกมาให้ข้อมูลก่อน ได้รับการลดโทษ/ยกเว้นโทษตามเงื่อนไข
- – ทำควบคู่ Whistleblower Pregram “แฉโกงปลอดภัย ได้เงิน” คุ้มครองความปลอดภัยและอนาคตการทำงาน
- – แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบแนวรบ ทั้งคดีอาญา/คุ้มครองพยาน, ฮั้วประมูล, แข่งขันทางการค้า, กฎหมาย ป.ป.ช. และมาตรการฝ่ายบริหารฯ
- – เพิ่มประสิทธิภาพการเอาผิดตัวการใหญ่ เพราะได้ “ข้อมูลจากคนใน” ที่ชี้เส้นเงิน-หลักฐาน-ผู้สั่งการ