ถ้ารัฐบาลมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ประเทศไทยจะดีขึ้นทุกสัปดาห์
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาชนนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 1 เน้นย้ำการทำงานของ ครม.เงา ว่าเป็นกลไกที่ใช้วาระนำ (agenda-based) เพื่อยกระดับการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและเสนอทางเลือกเชิงนโยบายให้สังคมได้พิจารณา
โดยมีข้อสรุปจากการประชุม ดังนี้
1. เรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาภาคขนส่งและประมงซึ่งแบกต้นทุนพลังงานสูงสุด แต่กลับถูกทอดทิ้ง
วิกฤตการณ์ด้านพลังงานส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ ในระดับที่แตกต่างกันตามโครงสร้างต้นทุน ครม.เงา เรียกร้องให้รัฐบาลบริหารประเทศด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเยียวยาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยต้องไม่ละเลยผู้ประกอบการกลุ่มประมงและกลุ่มขนส่ง ซึ่งเป็นต้นน้ำของระบบเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยในการประชุมครั้งนี้ ตัวแทนผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มได้เข้ามาบอกเล่าปัญหาความเดือดร้อนและหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือที่ตรงจุดและเหมาะสม
2. เตือนโครงการแลนด์บริดจ์เสี่ยงซ้ำรอย EEC และอาจพาไทยอยู่ใต้เงามหาอำนาจ
หากรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากเหตุผลทางการเงินไม่มีความคุ้มค่า เรายิ่งต้องระมัดระวังไม่ทิ้ง “ไพ่ใบสำคัญ” หรือฝากอนาคตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของไทยไว้กับมหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่ง
3. ข้อห่วงใยต่อการเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
เนื่องจากมีความเสี่ยงจะเป็นการใช้เงินโดยไร้หลักการ กู้มาแจกระยะสั้นเพื่อหวังคะแนนนิยม แต่ไม่เตรียมพร้อมรับมือกรณีสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ โดย ครม. เงาเสนอว่า รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส รัดกุม ไม่ใช้งบประมาณแบบหว่านแห และต้องแสดงแผนการใช้คืนหนี้ที่ชัดเจนต่อสาธารณะ
พรรคประชาชนขอยืนยันว่า กลไก ครม.เงา จะดำเนินบทบาทคู่ขนานไปกับการทำงานของรัฐบาล เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นได้ในทุกสัปดาห์