ครม. เงา พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเอาจริงกับ “ภัยความมั่นคงใหม่” เข้มงวดใบอนุญาตพิเศษตั้งแต่ต้นทาง ทลายเครือข่ายไตรภาคีสีเทาระหว่างอาชญากรข้ามชาติ–ราชการ–อสังหาโครงการหรู
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ทีม ครม.เงา พรรคประชาชน ประชุมครั้งที่ 4 เปิดเวทีวิพากษ์ความล้มเหลวของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการรับมือภัยความมั่นคงยุคใหม่ เห็นได้ชัดจากคดี “หมิงเฉินซัน” ชาวจีนที่ครอบครองอาวุธสงครามที่จังหวัดชลบุรี และคดีนายตำรวจเรียกค่าไถ่ชาวจีนที่จังหวัดสระแก้ว ที่สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังถูกใช้เป็น “ฮับสีเทา” ของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงแนบแน่นกับระบบราชการและทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

ภัยความมั่นคงยุคใหม่เกี่ยวพันตั้งแต่การตรวจคนเข้าเมือง สิทธิในการพำนักระยะยาว การจดทะเบียนนิติบุคคล การทำธุรกรรมการเงิน ตลอดจนการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นบทบาทของนายกรัฐมนตรีในการประสานการทำงานข้ามกระทรวง และเจตจำนงในการแก้ไขปัญหาอย่างถึงรากถึงโคน
1. ต้องแก้ทั้งซัพพลายเชนเพื่อหยุดอาชญากรรมข้ามชาติ พรรคประชาชนเสนอให้รัฐบาลตั้งกรอบการทำงานให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ในระดับต้นน้ำ นายกรัฐมนตรีต้องเพิ่มความรัดกุมกระบวนการคัดกรองคนต่างชาติเข้าสู่ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีสถิติการกระทำความผิดสูง ระดับกลางน้ำ ต้องปฏิรูปตำรวจ ปรับปรุงระบบข้อมูล การระบุตัวตน นำระบบไบโอเมตริกซ์มาใช้ และเอาผิดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลุ่ม “โครงการหรู” ที่สมประโยชน์กับขบวนการอาชญากรรม ส่วนระดับปลายน้ำ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับชาวต่างชาติที่ถือครองที่ดินผ่านนอมินี กำกับพฤติกรรมให้อยู่ในประเทศตามกรอบเวลา เพิ่มกลไกตรวจสอบธุรกรรมการเงินของกลุ่มเฝ้าระวัง
2. ต้องเข้มงวดกับใบอนุญาตเข้าเมืองแบบพิเศษทััง 2 แบบ พรรคประชาชนเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงระบบคัดกรองและติดตามตรวจสอบคนต่างชาติผู้ถือ 2 ใบอนุญาตพิเศษ ได้แก่ บัตร Thailand Privilege Card (เดิมชื่อ Thailand Elite Card) และวีซ่าระยะยาวหรือ Long-Term Resident Visa (LTR Visa) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยจากผู้มีกำลังซื้อสูง แต่กลายเป็นช่องทางลัดที่อาชญากรข้ามชาติใช้เดินทางเข้าไทย
โดยเสนอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในฐานะผู้พิจารณาอนุมัติ ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ขอใบอนุญาตโดยละเอียดกว่าเดิม มีการกำหนด “watch list” ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

3. ต้องเปลี่ยน KPI ราชการด้านความมั่นคงใหม่ทั้งระบบ โดยกำหนดตัวชี้วัดร่วมระหว่างหน่วยงานภายใต้ความรับผิดชอบของนายกฯ ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
- (1) กระบวนการบังคับโทษผู้ทำผิดต้องสั้นลงและหนักขึ้น
- (2) เปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นข้อมูลสาธารณะเพื่อการตรวจสอบ
- (3) มีระบบติดตามความคืบหน้าของคดี เปิดเผยผลลัพธ์อย่างโปร่งใส
